สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เปิดเผยรายงานตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปริมาณความต้องการการขนส่งสินค้าทางอากาศเมื่อวัดจากหน่วยตันต่อกิโลเมตร (FKT) ปรับตัวลดลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนตุลาคม 2019 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2018 โดยนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่สดใสนักสำหรับช่วงพีคของปี และปริมาณการขนส่งสินค้าที่ปรับตัวลงนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน

ขณะเดียวกันพื้นที่ระวางการขนส่งสินค้าคิดเป็นตันต่อกิโลเมตร (AFTK) ปรับเพิ่มขึ้น 2.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกันที่กำลังการขนส่งสินค้าล้ำหน้าความต้องการ

ในช่วงปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เป็นผลให้การค้าโลกซบเซาลงและการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นวงกว้าง

Mr. Alexandre de Juniac อธิบดีและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IATA กล่าวว่า “ช่วงที่คึกคักที่สุดของอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศกลับเริ่มต้นอย่างน่าผิดหวัง ด้วยปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าที่ลดลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ในเดือนตุลาคม และลดลงตลอดปี 2019 โดยภาพรวม ซึ่งถือว่าเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก และปีที่สาหัสสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ”

ทั้งนี้ สถิติในภาพรวมของแต่ละภูมิภาคชี้ให้เห็นว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าในเดือนตุลาคม 2019 ของสายการบินในแถบเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางดิ่งลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่สายการบินในฝั่งละตินอเมริกาและยุโรปประสบกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่อยู่ในระดับปานกลาง มีเพียงฝั่งแอฟริกาที่ความต้องการการขนส่งสินค้าทางอากาศยังเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมของปี 2018

โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประสบกับภาวะความต้องการขนส่งสินค้าหดตัว 5.3 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับในปี 2018 ในขณะที่พื้นที่ระวางการให้บริการมีการขยายตัว 0.6 เปอร์เซ็นต์ ความขัดแย้งในเชิงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภูมิภาค ในขณะที่สถานการณ์ในฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางอากาศที่สำคัญของโลก ยังคงมีผลกระทบต่อการปฏิบัติการขนส่งสินค้า อย่างไรก็ตาม แนวโน้มความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่เบาบางลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรม