CLIVE คาดอัตราค่าระวางปรับสูงขึ้น ทว่ายังไม่มีสัญญาณระบุช่วงพีคของปี

0
335

CLIVE Data Services เปิดเผยข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานของตลาดจากการวิเคราะห์อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยระบุว่า อัตราค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลมาจากการเร่งตุนสินค้าสำหรับช่วงเทศกาล ในขณะที่ยังคงไม่มีสัญญาณที่ระบุถึงช่วงพีคของปีอย่างชัดเจน

CLIVE Data Services เปิดเผยข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานของตลาดจากการวิเคราะห์อุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยระบุว่า อัตราค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นผลมาจากการเร่งตุนสินค้าสำหรับช่วงเทศกาล ในขณะที่ยังคงไม่มีสัญญาณที่ระบุถึงช่วงพีคของปีอย่างชัดเจน

รายงานข่าวทางการตลาดของ CLIVE บริษัทผู้วิเคราะห์และให้บริการข้อมูลสำหรับอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีการระบุถึงประสิทธิภาพการทำงานของตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 ในปี 2019 และเทียบกับปี 2020 ในแบบปีต่อปี ทั้งนี้ก็เพื่อมอบการวิเคราะห์ที่จะสามารถสะท้อนสภาวะปัจจุบันของตลาดได้อย่างดีที่สุด โดยปริมาณความต้องการต่อน้ำหนักสินค้าที่ใช้ในการคำนวณค่าระวางของเดือนตุลาคม 2021 ปรับสูงขึ้นสามเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019 และคิดเป็นการขยายตัว 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ดัชนีอัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกของ CLIVE หรือ ‘CLIVE’s dynamic loadfactor’ ซึ่งเป็นการวัดผลทั้งในแง่ของปริมาตรบรรทุกและน้ำหนักบรรทุกของสินค้าที่ทำการขนส่ง โดยเทียบกับระวางบรรทุกที่พร้อมให้บริการ เพื่อให้สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานที่แท้จริงสำหรับสายการบินนั้น ยังคงต่ำกว่ายอดตัวเลขที่คาดเอาไว้ โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกอยู่ที่ 68 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคมของปี 2019 ระวางบรรทุกที่พร้อมให้บริการของเดือนที่ผ่านมายังคงหดตัวถึง 13 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020 พบว่ามีการขยายตัวถึง 17 เปอร์เซ็นต์ ​ในขณะที่ดัชนีอัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกของช่วงดังกล่าวนี้มีการปรับลดลงไปอยู่ที่ระดับต่ำกว่าในปี 2020 ประมาณสามเปอร์เซ็นต์​

อย่างไรก็ดี อัตราค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศของเดือนตุลาคม 2021 กลับมีการปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 155 เปอร์เซ็นต์ และ 37 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019 และ 2020 ตามลำดับ

เช่นเดียวกับในช่วงที่ผ่านมา ประสิทธิภาพการทำงานของตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยเที่ยวบินในเส้นทางการค้าจากเอเชียแปซิฟิกสู่ยุโรปมีการบรรทุกสินค้าเต็มระวาง ส่งผลให้อัตราค่าระวางปรับเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ตลอดช่วงเดือนกันยายน 2021 ในขณะที่อัตราค่าระวางของเที่ยวบินในเส้นทางการค้าจากเอเชียแปซิฟิกสู่อเมริกาเหนือขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับตัวเลขสองหลักต่อกิโลกรัม ส่วนอัตราค่าระวางขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศโดยภาพรวมมีการปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาอีก 10 เปอร์เซ็นต์

โดยอัตราส่วนการบรรทุกสำหรับเที่ยวบินจากเอเชียแปซิฟิกสู่ตะวันตกในเดือนตุลาคมยังคงรักษาระดับอยู่ที่ 91 เปอร์เซ็นต์ อัตราส่วนการบรรทุกสำหรับเที่ยวบินในเส้นทางขากลับสู่ตะวันออกปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 89 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ในตลาดระดับกลางบางแห่งในเอเชีย ตัวอย่างเช่นในเวียดนามและมาเลเซีย มีอัตราค่าระวางแบบซื้อขายทันที (Spot rate) สูงที่สุดถึง 9 – 10 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม โดยเทียบกับอัตราค่าระวางแบบเดียวกันใน Hong Kong จะอยู่ที่ประมาณเจ็ดเหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม

Mr. Niall van de Wouw กรรมการผู้จัดการ บริษัท CLIVE

“จากอัตราส่วนการบรรทุกที่ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนประมาณสองเปอร์เซ็นต์ คุณสามารถสังเกตเห็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการก่อตัวของช่วงพีคของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในด้านปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีปริมาณสูงจนถึงระดับที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางรายรู้สึกกังวล โดยระวางการบริการเมื่อเทียบกับในเดือนกันยายน 2021 ยังคงอยู่ในระดับคงที่ (เพิ่มขึ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์) ผนวกกับอัตราส่วนการบรรทุกที่ 68 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับเพิ่มขึ้นของค่าระวางอย่างรวดเร็ว​” Mr. Niall van de Wouw กรรมการผู้จัดการ บริษัท CLIVE กล่าว “เดือนตุลาคมถือเป็นเดือนที่ตลาดโดยภาพรวมมีเสถียรภาพ โดยมีปัจจัยประจำฤดูกาลที่แข็งแกร่งบางรายการ ทว่าอัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกนั้นยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับที่คาดการณ์เอาไว้ โดยพิจารณาจากอัตราการขยายตัวรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งของเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกทั่วโลกที่ 68 เปอร์เซ็นต์ ก็สะท้อนประสิทธิภาพของตลาดในแง่ของการจับคู่ระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่มีในตลาด”

ทั้งนี้ การวิเคราะห์สภาวะอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าทางอากาศโดยใช้อัตราส่วนการบรรทุกแบบไดนามิกของ CLIVE หรือ ‘CLIVE’s dynamic loadfactor’ ถือเป็นการปฏิวัติวิธีการใช้ประโยชน์จากระวางการบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อให้สามารถสะท้อนสภาวะตามความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมของสภาพอุตสาหกรรมในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้โดยอิงจากข้อเท็จจริงที่ว่าระวางการขนส่งสินค้าของสายการบินต่างๆ มักจะบรรจุสินค้าจนเต็มปริมาตรบรรทุกก่อนที่จะเต็มพิกัดน้ำหนักบรรทุก ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากปริมาตรบรรทุกของอากาศยาน (น้ำหนัก กก. ต่อ ลบ.ม.) มีความหนาแน่นสูงกว่าความหนาแน่นเฉลี่ยของสินค้าที่ขนส่งทางอากาศ ด้วยเหตุนี้ CLIVE จึงอธิบายว่าวิธีการคำนวณอัตราส่วนการบรรทุกแบบเดิมที่ใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งอิงจากน้ำหนักบรรทุก ทำให้การประเมินพิกัดบรรทุกของเครื่องบินมีความคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของอุตสาหกรรมไม่สามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงได้อย่างถูกต้อง

รายงานข่าวกรองทางการตลาดของ CLIVE ใช้ข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาจากกลุ่มสายการบินระดับนานาชาติที่มีเครือข่ายการปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั่วโลก และถือเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรม โดยใช้ฐานข้อมูลที่ประกอบด้วยทั้งน้ำหนักและปริมาตรบรรทุกสำหรับการไหลเวียนของสินค้าและระวางการให้บริการที่พร้อมใช้งาน พร้อมใช้ประโยชน์จากผลการวิเคราะห์แบบรายสัปดาห์เพื่อมอบปัจจัยชี้วัดประสิทธิภาพที่สามารถสะท้อนภาพการทำงานของตลาดที่แท้จริงในแต่ละเดือนได้อย่างรวดเร็วที่สุด


อัพเดตข่าวสารและบทความที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก่อนใคร ผ่าน Line Official Account @Airfreight Logistics เพียงเพิ่มเราเป็นเพื่อน @Airfreight Logistics หรือคลิกที่นี่

บทความก่อนหน้านี้Turkish Cargo คว้ารางวัล Air Cargo Excellence ในงาน WOF EXPO
บทความถัดไปWFS ปรับใช้โซลูชัน CargoKiosk กระชับขั้นตอนรับ-ส่งสินค้าของรถบรรทุกในท่าอากาศยาน
Bangkok grew, Australian aged, Silicon Valley matured, this aspiring writer adds flavor to our team with his aspiring smile and quill-tip talents.